แบตฯ สำรอง เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะใช้งานโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นประจำ และเมื่อเราอยู่ข้างนอกแล้วเกิดปัญหาแบตฯ ไม่เพียงพอหรือแบตฯ หมดก็อาจจะทำให้หาที่ชาร์จแบตฯยาก ดังนั้นเพื่อสามารถแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ และสามารถตอบโจทย์การใช้งานโทรศัพท์มือถือให้มากขึ้น จึงเกิดอุปกรณ์เสริมอย่างแบตฯ สำรองขึ้นอย่างแพร่หลาย แต่การจะเลือกซื้อแบตฯ สำรองมาใช้งาน ก็ต้องมีสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยเราได้รวบรวม 7 คำแนะนำ สำหรับการเลือกซื้อแบตฯ สำรอง มาให้คุณแล้ว ส่วนจะมีคำแนะนำอะไรบ้าง ไปดูกัน

7 คำแนะนำ สำหรับการเลือกซื้อแบตฯ สำรอง

1. ไม่ควรซื้อแบตฯ สำรองที่มีความจุมาก แต่ราคาถูก

เนื่องจากหากมีความจุมาก แต่ราคาถูก ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าแบตฯ ที่เก็บสะสมไฟฟ้านั้น ผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่จะทำให้เกิดอันตรายเมื่อใช้งานได้ ดังนั้นหากต้องการซื้อแบตฯ สำรองก็ควรพิจารณาเรื่องความจุให้สัมพันธ์กับราคา และเลือกซื้อกับร้านที่มีใบอนุญาตจำหน่ายอย่างถูกต้องด้วย

ไม่ควรซื้อแบตฯ สำรองที่มีความจุมาก แต่ราคาถูก

2. ไม่ควรเลือกซื้อแบตฯ สำรองด้วยความจุ

ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เลือกซื้อแบตฯ สำรองนั้น มักจะต้องการความจุที่มาก แต่ในความจริงแล้ว มีความจุมากก็อาจเกิดการคายประจุพลังงานไฟฟ้าออกมาได้เรื่อยๆ ก็จะพบว่าแบตฯ สำรองที่ชาร์จไฟเต็ม แต่เวลาผ่านไปทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน พลังงานไฟฟ้ากับลดลง หรือไม่เหลือเลย ดังนั้นทางที่ดีควรเลือกแบตฯ สำรอง ให้เหมาะสมกับการใช้งานโทรศัท์มือถือในแต่ละวัน

ไม่ควรเลือกซื้อแบตฯ สำรองด้วยความจุ

3. คำนึงถึงประเภทของแบตฯ และอายุการใช้งานของแบตฯ

โดยทั่วไปประเภทของแบตฯ มีด้วยกัน 3 อย่าง คือ

– Nickel Metal Hydride เป็นแบตฯ ที่มีประสิทธิภาพตํ่า ราคาถูก ทุกครั้งที่ชาร์จความจุจะลงเรื่อยๆ แต่จุดเด่นคือ มีความจุไฟที่สูง ไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นแบตฯ สำรอง

– Lithium-ion เป็นแบตฯ ที่อัตราการคายประจุตํ่า ไม่ต้องดูแลรักษามากและสามารถใช้งานได้อีก ถึงแม้จะเก็บเป็นระยะเวลานาน แต่ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟได้ในอัตราที่สูง ต่อการนำมาเป็นอุปกรณ์ที่จะนำมาชาร์จสมาร์ทโฟน จึงไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นแบตฯ สำรอง

– Lithium Polymer เป็นแบตฯ ที่จ่ายกระแสไฟได้สูง และปลอดภัยจากการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า น้ำหนักเบา และมีอุณหภูมิความร้อนที่น้อยจากการใช้งานกว่าแบตฯ อื่นอยู่มาก จึงเหมาะสมที่จะนำมาทำเป็นแบตฯ สำรอง

คำนึงถึงประเภทของแบตฯ และอายุการใช้งานของแบตฯ

4. ควรเลือกซื้อแบตฯ สำรองให้มีคุณสมบัติหลายอย่าง

สำหรับการมีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น การป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การตัดกระแสไฟในการชาร์จ เมื่อชาร์จแบตฯ เต็มแล้ว การป้องกันอุณหภูมิของแบตฯ สำรอง การรับประกันและบริการหลังการขาย เป็นต้น

ควรเลือกซื้อแบตฯ สำรองให้มีคุณสมบัติหลายอย่าง

5. เลือกซื้อแบตฯ สำรองให้ตรงกับ Output แบตฯ ของโทรศัพท์มือถือ

การเลือกให้ตรงกับ Output แบตฯ ของโทรศัพท์มือถือ เช่น แบตฯ สำรอง ที่สามารถจ่ายไฟได้ 2.1 แอมป์ แต่แบตฯ ของมือถือรับได้แค่ 1 แอมป์ ก็อาจทำให้ชาร์จไฟได้เร็วกว่า แต่ก็อาจจะทำให้แบตฯ ร้อนขึ้นและเสื่อมได้เร็วขึ้นเช่นกัน จึงต้องเลือกให้มีปริมาณที่แหมาะสม

เลือกซื้อแบตฯ สำรองให้ตรงกับ Output แบตฯ ของโทรศัพท์มือถือ

6. ไม่ควรเลือกซื้อแบตฯ สำรองที่ไม่มีการรับประกันคุณภาพ

สำหรับการซื้อแบตฯ สำรองนั้น ควรที่จะสังเกตการรับประกันมาตราฐานการผลิตจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อนการซื้อทุกครั้ง เช่น Rosh, CE และ FCC

ไม่ควรเลือกซื้อแบตฯ สำรองที่ไม่มีการรับประกันคุณภาพ

7. เลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองที่มีเครื่องหมาย มอก. รับรอง

มอก. คือ การกำหนดให้แบตเตอรี่สำรองเป็นสินค้าควบคุม หมายเลข 2879-2560 ดังนั้นการเลือกซื้อจะต้องมองหาสัญลักษณ์นี้ด้วย เพื่อความปลอดภัย และหากมีการฝ่าฝืน ผู้ผลิตหรือนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจะโดนระวางโทษตามกฎหมายจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนร้านค้าที่ขายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่มีเครื่องหมายมอก.รับรอง จะมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั่นเอง

เลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองที่มีเครื่องหมาย มอก. รับรอง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือ คำแนะนำสำหรับการเลือกซื้อแบตฯ สำรอง ซึ่งหากการใช้งานโทรศัพท์ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคุณ ก็สามารถใช้อุปกรณ์เสริมอย่างแบฯ สำรองได้ แต่การเลือกซื้อมาใช้ก็ต้องมีความระมัดระวังด้วย เพื่อให้ได้แบตฯ สำรองที่มีคุณภาพและใช้งานได้นาน

สำหรับใครที่อยากใช้มือถือเครื่องเก่า แต่อยากได้โน้ตบุ๊คเครื่องใหม่ ที่เหมาะสำหรับทุกวัยทั้งวัยทำงาน หรือวัยเรียนที่ต้องใช้งานในการทำงาน การเรียน หรือเล่นเกม ราคาดีสเปกถูกใจขอ แนะนำ 5 โน้ตบุ๊กสเปกดี ราคาไม่เกิน 16,000 บาท ที่คุณจะได้โน้ตบุ๊คสเปกดี ราคาจับต้องได้ที่บอกได้เลยว่ามีแต่คุ้มกับคุ้ม

และหากใครที่มีโน้ตบุ๊คแล้วประสบปัญหาที่คลาสสิคที่สุดคือ น้ำหกใส่เครื่อง 4 ขั้นตอนแก้ปัญหา เมื่อคุณทำเครื่องดื่มหกใส่โน้ตบุ๊กของคุณ จะเป็นวิธีที่ช่วยกู้ชีพโน้ตบุ๊คให้กลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง